11 สายงานข้าราชการที่รัฐเตรียมทยอยลดอัตราตั้งแต่ปี 2570 มีอะไรบ้าง?
หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เรื่องการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ การทยอยยุบตำแหน่งข้าราชการในสายงานสนับสนุน 11 สายงาน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป
เผยแพร่ 11 กันยายน 2569 · ปรับปรุง 11 กันยายน 2569
ถ้าอ่านเพียงพาดหัวข่าว อาจทำให้เข้าใจว่า
“11 อาชีพนี้กำลังถูกยกเลิก”
หรือ
“ถ้ากำลังเตรียมสอบตำแหน่งเหล่านี้อยู่ ไม่ต้องสอบแล้ว”
แต่ความหมายของมติไม่ได้ตรงไปถึงขั้นนั้น
สิ่งที่รัฐกำลังปรับคือ รูปแบบการใช้กำลังคน โดยให้ทยอยยุบตำแหน่งข้าราชการบางสายงานเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากราชการ และพิจารณาใช้รูปแบบการจ้างงานอื่นที่เหมาะสมแทน
สำนักงาน ก.พ. จึงออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ว่า มาตรการนี้เป็นการปรับ “รูปแบบการจ้างงาน” ไม่ใช่การยกเลิก “ภารกิจหรือวิชาชีพ”
ดังนั้น หากคุณกำลังเรียนในสาขาที่เกี่ยวข้อง หรือกำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบหนึ่งในตำแหน่งเหล่านี้ ยังไม่ควรรีบเปลี่ยนแผนเพราะเห็นชื่อของตัวเองอยู่ในรายการ
สิ่งที่ควรทำก่อนคือเข้าใจว่า มติครอบคลุมอะไร และไม่ครอบคลุมอะไร
สรุปใน 30 วินาที
มติ ครม. กำหนดให้ทยอยยุบตำแหน่งใน 11 สายงานสนับสนุน ที่เห็นว่าไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบการจ้างงานประเภทข้าราชการ เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากราชการ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป
ไม่ได้หมายความว่า
ข้าราชการที่ทำงานอยู่ใน 11 สายงานจะถูกให้ออกจากราชการทันที
ไม่ได้หมายความว่า
ภารกิจของ 11 สายงานจะหายไปทั้งหมด
และไม่ได้หมายความว่า
หลังวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะไม่มีประกาศรับสมัครตำแหน่งชื่อเหล่านี้อีกทุกหน่วยงาน
มติระบุให้ส่วนราชการทยอยดำเนินการ พร้อมพิจารณาใช้รูปแบบการจ้างงานอื่นที่เหมาะสมทดแทน และต้องบริหารกำลังคนโดยไม่ให้กระทบต่อการปฏิบัติราชการและการให้บริการประชาชน
จำประโยคนี้ไว้:
“ยุบตำแหน่งข้าราชการบางกรณี” ไม่เท่ากับ “ยกเลิกอาชีพ”
11 สายงานมีอะไรบ้าง?
ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มี 11 สายงานดังต่อไปนี้
1. เจ้าพนักงานธุรการ
แต่มีรายละเอียดสำคัญมากคือ
มติระบุเฉพาะเจ้าพนักงานธุรการในราชการบริหารส่วนกลาง
จึงไม่ควรนำไปขยายความว่า “เจ้าพนักงานธุรการทุกหน่วยงานทั่วประเทศกำลังถูกยุบ”
นี่เป็นหนึ่งในจุดที่คนเตรียมสอบควรอ่านประกาศต้นฉบับมากกว่าดูเพียงพาดหัวข่าว
2. เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
เป็นสายงานด้านการเผยแพร่ข้อมูล การประชาสัมพันธ์ และการสนับสนุนการสื่อสารของหน่วยงาน
แนวโน้มของงานประเภทนี้สามารถใช้ทั้งบุคลากรรูปแบบอื่นและเครื่องมือดิจิทัลเข้ามาช่วยได้มากขึ้น จึงอยู่ในกลุ่มสายงานสนับสนุนที่ถูกนำมาทบทวนรูปแบบการจ้างงาน
3. เจ้าพนักงานสื่อสาร
เป็นอีกหนึ่งสายงานสนับสนุนที่ปรากฏอยู่ในรายการตามมติ ครม.
คำว่า “ทยอยยุบตำแหน่ง” ในที่นี้ไม่ควรถูกตีความว่า หน่วยงานรัฐจะไม่มีภารกิจด้านการสื่อสารอีก แต่หมายถึงการพิจารณาว่างานดังกล่าวจำเป็นต้องดำเนินการผ่านตำแหน่งข้าราชการประจำหรือไม่
4. เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา
งานด้านโสตทัศนูปกรณ์ สื่อ และการสนับสนุนงานนำเสนอเป็นอีกกลุ่มที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
จึงไม่น่าแปลกที่งานประเภทนี้ถูกนำเข้ามาอยู่ในกระบวนการทบทวนโครงสร้างกำลังคน
5. เจ้าพนักงานห้องสมุด
เจ้าพนักงานห้องสมุดอยู่ในรายชื่อ 11 สายงานด้วย
แต่ต้องแยกตำแหน่งนี้ออกจาก “บรรณารักษ์” ซึ่งปรากฏเป็นอีกสายงานหนึ่งในลำดับที่ 10
ดังนั้นเวลาตรวจประกาศสอบต้องดู ชื่อตำแหน่งตามประกาศจริง ไม่ควรเหมารวมเพราะเห็นว่าเป็นงานเกี่ยวกับห้องสมุดเหมือนกัน
6. นายช่างขุดลอก
เป็นสายงานช่างเฉพาะด้านที่อยู่ในรายการตามมติ ครม.
อย่างไรก็ตาม การอยู่ในรายการไม่ได้หมายความว่างานขุดลอกหรือภารกิจที่เกี่ยวข้องจะยุติลง แต่รัฐสามารถพิจารณารูปแบบกำลังคนและการดำเนินงานที่เหมาะสมกว่าการมีตำแหน่งข้าราชการประจำในบางกรณี
7. นายช่างพิมพ์
เทคโนโลยีด้านเอกสาร การพิมพ์ และการจัดทำสื่อของราชการเปลี่ยนไปจากอดีตอย่างมาก
ตำแหน่งนายช่างพิมพ์จึงเป็นหนึ่งในสายงานสนับสนุนที่รัฐกำหนดให้ทยอยยุบตำแหน่งเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากราชการ
8. นายช่างภาพ
อีกตำแหน่งที่หลายคนน่าจะสังเกตเห็นคือ นายช่างภาพ
แต่การอยู่ใน 11 สายงานไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานของรัฐจะไม่ต้องถ่ายภาพหรือผลิตสื่ออีก
ประเด็นคือรัฐกำลังทบทวนว่า งานลักษณะนี้จำเป็นต้องใช้ “ตำแหน่งข้าราชการประจำ” มากน้อยเพียงใด หรือสามารถใช้การจ้างงานรูปแบบอื่นได้
9. นายช่างศิลป์
งานออกแบบ งานศิลป์ และงานผลิตสื่อยังสามารถมีความจำเป็นในหลายหน่วยงาน
สิ่งที่ถูกทบทวนจึงเป็นสถานะและรูปแบบการจ้างงาน มากกว่าการประกาศว่างานด้านศิลป์ไม่มีความจำเป็นในภาครัฐอีกต่อไป
10. บรรณารักษ์
บรรณารักษ์เป็นหนึ่งใน 11 สายงาน แต่มี ข้อยกเว้นที่สำคัญ
มติระบุยกเว้นกรณี
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
ดังนั้น การกล่าวว่า “รัฐยุบตำแหน่งบรรณารักษ์ทั้งหมด” จึงไม่ถูกต้อง
คนที่กำลังเตรียมสอบสายนี้ควรให้ความสำคัญกับการตรวจว่า ตำแหน่งอยู่ในหน่วยงานใด มากกว่าดูเพียงชื่อตำแหน่ง
11. ผู้ประกาศและรายงานข่าว
สายงานสุดท้ายคือ ผู้ประกาศและรายงานข่าว
หลักคิดยังเหมือนกับสายงานอื่น คือรัฐกำลังพิจารณารูปแบบการใช้กำลังคนในงานสนับสนุน ไม่ได้ประกาศยุติภารกิจด้านการรายงานหรือเผยแพร่ข่าวของภาครัฐ
ตารางจำง่าย: 11 สายงาน
หากต้องการเช็กเร็ว ๆ ก่อนสมัครสอบ ให้บันทึกรายการนี้ไว้
-
เจ้าพนักงานธุรการ — เฉพาะราชการบริหารส่วนกลาง
-
เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
-
เจ้าพนักงานสื่อสาร
-
เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา
-
เจ้าพนักงานห้องสมุด
-
นายช่างขุดลอก
-
นายช่างพิมพ์
-
นายช่างภาพ
-
นายช่างศิลป์
-
บรรณารักษ์ — ยกเว้นกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
-
ผู้ประกาศและรายงานข่าว
“ตั้งแต่ปี 2570” หมายความว่า ทุกตำแหน่งจะหายพร้อมกันหรือไม่?
ไม่ใช่
ประโยคสำคัญในมติ ครม. คือ ให้
“ทยอยยุบเลิกตำแหน่งเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากราชการ”
นั่นหมายความว่าไม่ใช่การกำหนดวันเดียวแล้วลบกรอบตำแหน่งทั้งหมดพร้อมกัน
ส่วนราชการยังต้องวางแผนและบริหารกำลังคนในระยะยาว และหากภารกิจยังจำเป็นก็สามารถพิจารณาใช้รูปแบบการจ้างงานอื่นที่เหมาะสมทดแทนได้
ภาพที่ควรเข้าใจจึงเป็น
คนเดิมยังปฏิบัติงาน → พ้นจากราชการ → หน่วยงานทบทวนตำแหน่ง → หากเข้าเงื่อนไขจึงทยอยยุบกรอบข้าราชการ → พิจารณารูปแบบการจ้างอื่นตามความเหมาะสม
ไม่ใช่
1 ตุลาคม 2569 → 11 ตำแหน่งหายพร้อมกันทั่วประเทศ
ถ้าตอนนี้มีประกาศเปิดสอบหนึ่งใน 11 ตำแหน่ง ยังสมัครได้ไหม?
ถ้ามี ประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการ และคุณมีคุณสมบัติตรงตามประกาศ
ให้พิจารณาจากประกาศนั้นเป็นหลัก
ไม่ควรเห็นข่าว 11 สายงานแล้วสรุปเองว่า “สมัครไม่ได้”
เพราะมาตรการนี้เป็นการบริหารกรอบอัตรากำลังในอนาคต และมติ ครม. ในภาพรวมยังระบุให้ส่วนราชการสามารถบรรจุอัตราว่างเท่าที่จำเป็น ตามผลการสอบแข่งขันหรือคัดเลือกที่ประกาศขึ้นบัญชีไว้ หรืออยู่ระหว่างดำเนินการได้
กฎง่าย ๆ สำหรับคนสมัครสอบคือ
มีประกาศจริง + คุณสมบัติตรง = อ่านประกาศและสมัครตามเงื่อนไข
อย่าตัดสิทธิ์ตัวเองจากการอ่านพาดหัวข่าว
แล้วคนที่สอบติดและเป็นข้าราชการอยู่แล้ว จะถูกให้ออกไหม?
จากสาระของมติที่ประกาศ ไม่ใช่การสั่งเลิกจ้างข้าราชการที่กำลังดำรงตำแหน่งอยู่ใน 11 สายงานทันที
แนวทางคือ ทยอยยุบตำแหน่งเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากราชการ
นี่เป็นความแตกต่างที่สำคัญมาก
สำนักงาน ก.พ. จึงต้องออกมาชี้แจงว่าเจตนารมณ์คือการปรับ “รูปแบบการจ้างงาน” ไม่ใช่การยกเลิก “ภารกิจหรือวิชาชีพ”
ทำไม 11 สายงานนี้จึงถูกเลือก?
หากดูทั้ง 11 สายงาน จะเห็นจุดร่วมค่อนข้างชัด
หลายตำแหน่งเป็น สายงานสนับสนุน
ไม่ใช่ว่างานเหล่านี้ไม่มีความสำคัญ
แต่รัฐกำลังตั้งคำถามใหม่ว่า
“งานนี้จำเป็นต้องใช้สถานะข้าราชการประจำหรือไม่?”
มติ ครม. ระบุแนวทางให้ส่วนราชการทบทวนบทบาท ภารกิจ และโครงสร้าง รวมถึงพิจารณาการจ้างเหมาบริการและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความซ้ำซ้อนของงานภาครัฐ
นี่คือทิศทางที่คนเตรียมสอบควรจับตาในระยะยาว
เพราะในอนาคตคำถามอาจไม่ใช่เพียง
“ตำแหน่งนี้มีคนเกษียณกี่คน?”
แต่อาจกลายเป็น
“หลังคนเกษียณ รัฐยังจำเป็นต้องเติมตำแหน่งนี้ในรูปแบบข้าราชการหรือไม่?”
ถ้ากำลังเตรียมสอบ 1 ใน 11 สายงาน ควรทำอย่างไร?
ไม่ควรหยุดอ่านหนังสือในทันที
แต่ควรทำ 4 อย่างต่อไปนี้
1. เช็กประกาศที่เปิดจริงก่อนเสมอ
ข่าวนโยบายเป็นภาพรวม
แต่สิทธิในการสมัครของคุณตัดสินจาก ประกาศรับสมัครของหน่วยงาน
ถ้ามีประกาศเปิดสอบและคุณสมบัติครบ ข่าวเรื่องการปรับโครงสร้างไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลในการไม่สมัคร
2. อย่าเตรียมเพียงชื่อตำแหน่งเดียว
ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังเตรียมสอบเจ้าพนักงานธุรการ
ให้ตรวจต่อว่า วุฒิเดียวกันสามารถสมัครตำแหน่งอื่นใดได้อีก
เพราะความรู้หลายส่วนสามารถนำไปใช้สอบข้ามสนามได้
เป้าหมายควรเปลี่ยนจาก
“ฉันจะสอบตำแหน่งนี้เท่านั้น”
เป็น
“จากวุฒิและความรู้ที่มี ฉันสมัครได้กี่สนาม?”
3. แยก “ชื่อตำแหน่ง” ออกจาก “ลักษณะงาน”
งานประชาสัมพันธ์ งานสื่อ งานห้องสมุด งานศิลป์ หรืองานธุรการไม่ได้หายออกจากหน่วยงานรัฐทันที
แต่รูปแบบการจ้างคนมาทำงานเหล่านี้อาจเปลี่ยนไป
คนที่มีทักษะในสายดังกล่าวจึงควรติดตามทั้ง
ข้าราชการ
พนักงานราชการ
ลูกจ้างหรือพนักงานรูปแบบอื่น
รวมถึงตำแหน่งที่ใช้ทักษะใกล้เคียงกัน
4. เพิ่มทักษะที่ใช้ข้ามตำแหน่งได้
หากงาน Routine ถูกเทคโนโลยีช่วยทำมากขึ้น คนที่ทำได้เพียงงานขั้นตอนเดิมจะมีความเสี่ยงสูงกว่า
แต่คนที่ทำได้ทั้ง
งานหลักของสายอาชีพ + ดิจิทัล + วิเคราะห์ข้อมูล + สื่อสาร + ใช้ AI/เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
จะมีความยืดหยุ่นในการสมัครงานมากกว่า
นี่ไม่ได้ใช้เฉพาะกับราชการ แต่เป็นทิศทางของตลาดแรงงานโดยรวม
เช็กตำแหน่งของคุณด้วย “3 สี” ก่อนวางแผนสอบ
นี่คือ Framework ที่ Tutor Sheet Store แนะนำให้ใช้กับประกาศใหม่ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
สีเขียว — สมัครได้ตามปกติ
มีประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการ
คุณสมบัติของคุณตรง
อยู่ระหว่างรับสมัครหรือมีขั้นตอนการสอบชัดเจน
→ ไม่ควรตัดสิทธิ์ตัวเองเพราะข่าว
สีเหลือง — ต้องตรวจรายละเอียดเพิ่ม
ชื่อตำแหน่งอยู่ใน 11 สายงาน
ยังไม่เห็นประกาศใหม่
เป็นอัตราที่อาจเกิดจากการเกษียณหรือการปรับโครงสร้าง
→ รอตรวจประกาศและกรอบอัตราของหน่วยงาน
สีแดง — อย่าวางแผนอนาคตโดยสมมติว่าจะเปิดแน่นอน
กำลังรอตำแหน่งเดียว
ไม่มีประกาศ
คาดการณ์เพียงเพราะปีนี้มีคนเกษียณ
→ ควรเพิ่มสนามสำรองทันที
ประเด็นที่คนเตรียมสอบมักเข้าใจผิด
“อยู่ใน 11 สายงาน = ปี 2570 ไม่มีเปิดสอบแล้ว”
ไม่ควรสรุปแบบนั้น
มาตรการเป็นการทยอยบริหารกรอบตำแหน่งเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากราชการ ไม่ใช่การประกาศปิดรับสมัครทุกกรณีพร้อมกัน
“คนที่เป็นข้าราชการอยู่แล้วจะถูกเลิกจ้าง”
ไม่ใช่สาระของมติที่ประกาศ
แนวทางคือทยอยยุบตำแหน่งเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากราชการ
“งาน 11 ประเภทนี้จะไม่มีในราชการอีก”
ไม่ถูกต้อง
สำนักงาน ก.พ. ชี้แจงโดยตรงว่าเป็นเรื่อง รูปแบบการจ้างงาน ไม่ใช่การยกเลิก ภารกิจหรือวิชาชีพ
“มีคนเกษียณหนึ่งคน จะต้องเปิดสอบแทนหนึ่งตำแหน่ง”
หลังจากนี้ยิ่งไม่ควรใช้สูตรดังกล่าวในการคาดการณ์
เพราะรัฐกำลังทบทวนกรอบอัตรากำลังและความจำเป็นของตำแหน่งมากขึ้น
สิ่งที่สำคัญกว่ารายชื่อ 11 ตำแหน่ง
สำหรับคนเตรียมสอบ สิ่งที่ควรได้กลับไปจากข่าวนี้ไม่ใช่เพียงการจำชื่อ 11 สายงาน
แต่คือการเข้าใจว่า
วิธีคิดเรื่องการสอบราชการกำลังเปลี่ยน
อดีตเราอาจดูว่า
“ปีนี้ใครเกษียณบ้าง?”
แล้วคาดหวังว่า
“ปีหน้าคงเปิดแทน”
ต่อจากนี้การคาดการณ์แบบนั้นจะมีความแม่นยำน้อยลง
เพราะก่อนเติมคน หน่วยงานอาจต้องถามก่อนว่า
ตำแหน่งยังจำเป็นหรือไม่
ต้องเป็นข้าราชการหรือไม่
ใช้กำลังคนจากที่อื่นได้หรือไม่
ใช้เทคโนโลยีช่วยได้หรือไม่
หรือใช้รูปแบบการจ้างอื่นเหมาะสมกว่า
นี่ต่างหากคือผลกระทบระยะยาวที่คนเตรียมสอบควรเข้าใจ
สรุป: 11 สายงานถูก “ทยอยยุบตำแหน่ง” ไม่ใช่ “11 อาชีพถูกยกเลิก”
11 สายงานตามมติ ครม. ได้แก่
เจ้าพนักงานธุรการ (เฉพาะราชการบริหารส่วนกลาง), เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์, เจ้าพนักงานสื่อสาร, เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา, เจ้าพนักงานห้องสมุด, นายช่างขุดลอก, นายช่างพิมพ์, นายช่างภาพ, นายช่างศิลป์, บรรณารักษ์ และผู้ประกาศและรายงานข่าว
โดย บรรณารักษ์ของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมเป็นข้อยกเว้น ตามรายละเอียดที่รัฐบาลเผยแพร่
สาระสำคัญคือ
เริ่มทยอยดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570
ดำเนินการเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากราชการ
และ
สามารถพิจารณารูปแบบการจ้างงานอื่นทดแทนตามความเหมาะสม
ดังนั้น ถ้าคุณกำลังเตรียมสอบหนึ่งในตำแหน่งเหล่านี้
อย่าเลิกเตรียมตัวเพียงเพราะเห็นรายชื่อ
แต่ก็ไม่ควรวางแผนสอบโดยรอเพียงตำแหน่งเดียวอีกต่อไป
ให้ติดตามประกาศจริง เพิ่มสนามที่วุฒิสมัครได้ และเตรียมความรู้ที่สามารถใช้ข้ามตำแหน่งได้
นี่เป็นวิธีรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่มีเหตุผลกว่าการตกใจกับพาดหัวข่าว
บันทึกหน้านี้ไว้ — Tutor Sheet Store จะอัปเดตอะไรต่อ?
เราจะอัปเดตบทความนี้เมื่อมีข้อมูลสำคัญ เช่น
-
มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการของ 11 สายงาน
-
หน่วยงานเริ่มประกาศแนวทางบริหารกรอบอัตราปี 2570
-
มีประกาศสอบในสายงานที่อยู่ในรายการ
-
มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มข้อยกเว้น
-
มีหลักเกณฑ์ใหม่จากสำนักงาน ก.พ. หรือ ครม.
หากคุณกำลังเตรียมสอบตำแหน่งในกลุ่มนี้ แนะนำให้ Bookmark หน้านี้ไว้ แล้วกลับมาเช็กก่อนวางแผนสมัครสอบปี 2570
อ่านต่อ
รัฐบาลลดจำนวนข้าราชการจริงไหม? คนเตรียมสอบราชการยังมีโอกาสแค่ไหนในปี 2569–2570
จบ ปวช. ปวส. ยังสอบราชการได้ไหม หลังรัฐปรับลดอัตรากำลัง?
ปี 2570 ยังเปิดสอบราชการไหม? ตำแหน่งไหนควรจับตา
แหล่งข้อมูลหลัก
มติและข่าวรัฐบาล เรื่องแนวทางปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ วันที่ 11 สิงหาคม 2569
สำนักงาน ก.พ. ชี้แจงเจตนารมณ์กรณี 11 สายงาน วันที่ 24 สิงหาคม 2569
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่ออธิบายมติและแนวทางกำลังคนภาครัฐจากข้อมูลทางการที่เผยแพร่ถึงวันที่ 10 กันยายน 2569 การเปิดรับสมัครจริง คุณสมบัติ จำนวนอัตรา และสถานะตำแหน่งอาจแตกต่างกันในแต่ละส่วนราชการ ผู้สมัครควรตรวจสอบประกาศต้นฉบับของหน่วยงานก่อนสมัครทุกครั้ง
